หน้าแรก » ตะลึง พบร่าง ‘เศรษฐี-ทาส’ ถูกฝังที่ปอมเปอีเกือบ 2 พันปี หลังภูเขาไฟระเบิด

ตะลึง พบร่าง ‘เศรษฐี-ทาส’ ถูกฝังที่ปอมเปอีเกือบ 2 พันปี หลังภูเขาไฟระเบิด

ทีมนักโบราณคดีขุดพบร่างชาย 2 ศพ ที่เมืองโบราณปอมเปอี คาดเป็น ‘เศรษฐีและทาส’ ถูกฝังใต้เถ้าถ่านภูเขาไฟ หลังเสียชีวิตกะทันหัน ภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิดครั้งใหญ่เมื่อเกือบ 2 พันปีก่อน

จากการขุดค้นบริเวณวิลล่า หรือบ้านใหญ่หลังหนึ่งนอกเมืองปอมเปอี อดีตนครโรมันโบราณ ซึ่งประสบมหันตภัยภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิดครั้งใหญ่ในปี ค.ศ.79 ทีมนักโบราณคดีได้พบร่างชาย 2 ศพ มีสภาพที่สมบูรณ์ นอนเสียชีวิตอยู่ใกล้กัน จนทำให้นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าชายทั้งสองคนเสียชีวิตขณะพยายามหนี หลังจากภูเขาไฟวิสุเวียสปะทุขึ้นมาในตอนแรก และเมืองปอมเปอีทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่านภูเขาไฟและหินภูเขาไฟ ก่อนที่ชายทั้งสองจะเสียชีวิตจากภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิดครั้งใหญ่ในวันต่อมา เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 79 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 15,000 ศพ

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีของอุทยานประวัติศาสตร์ปอมเปอี ระบุว่า ร่างชายสองรายที่เสียชีวิตนั้น ชายคนหนึ่งอายุระหว่าง 18-23 ปี มีร่องรอยกระดูกสันหลังถูกกดทับหลายแห่ง จึงทำให้เชื่อว่าชายหนุ่มคนนี้อาจเป็นคนใช้แรงงาน หรือเป็นทาส และสวมเสื้อคลุมแบบมีจีบ ทำจากขนสัตว์

ส่วนร่างของชายอีกคนที่เสียชีวิตอยู่ใกล้กัน มีอายุระหว่าง 30-40 ปี พบว่ามีโครงสร้างกระดูกที่แข็งแรงกว่า โดยเฉพาะบริเวณอก อีกทั้งยังสวมเสื้อคลุมเช่นกัน และยังพบร่องรอยเสื้อคลุมทำด้วยผ้าขนสัตว์ที่อบอุ่นรอบคอ โดยร่างชายทั้งสองถูกพบบริเวณระเบียงของบ้านหลังใหญ่

สำหรับการขุดพบร่างชาย 2 รายในสภาพสมบูรณ์หลังจากเสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิดเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อนนั้น ถือเป็นการพบล่าสุดในเดือนนี้ ในระหว่างการขุดค้นบ้านใหญ่หลังหนึ่งนอกเมืองโบราณปอมเปอี โดยมัสซิโม โอซานนา ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์ปอมเปอี กล่าวด้วยว่า ชายทั้งสองเสียชีวิตโดย ‘thermal shock’ ซึ่งร่ายกายถูกความร้อนจนเกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกะทันหัน โดยดูจากลักษณะมือและเท้าของผู้ตายทั้งสองที่กำแน่น

ขณะที่นายโอซานนายังอธิบายว่า การพบร่างชายทั้งสองที่ถูกฝังใต้เถ้าถ่านภูเขาไฟวิสุเวียส เป็นหลักฐานที่เหลือเชื่อ และเป็นหลักฐานที่พิเศษอย่างยิ่งของเช้าวันนั้นเมื่อภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิด

ขณะนี้การขุดหาหลักฐานทางโบราณคดีในบริเวณนี้ ซึ่งอยู่ใกล้เมืองเนเปิลส์ ยังคงดำเนินดำเนินต่อไป แต่ไม่อนุญาตให้คนภายนอก หรือนักท่องเที่ยวได้ดูการทำงาน ตามมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19

ข้อมูลจาก : ไทยรัฐออนไลน์